อัปเดตล่าสุด ยอดเสียชีวิต จากพายุฤดูหนาวสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 10

ทันโลกข่าวต่างประเทศ-อัปเดตล่าสุด

หน้าบ้านหลังหนึ่งในเมืองออสติน เมืองเอกของรัฐเท็กซัส ต้นไม้กลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งต้น น้ำหนักของน้ำแข็งที่เคลือบตลอดกิ่งก้านสาขา

มีน้ำหนักมาก จนต้นไม้ทั้งต้นถึงกับโค้งงอ โน้มลงไปจนถึงรถที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ หลังเกิดพายุน้ำแข็งพัดถล่ม ส่วนสนามเด็กเล่นกลางแจ้งในเมืองนี้ ก็กลายสภาพเป็นสนามเด็กเล่นน้ำแข็ง ทั้งชิงช้า สไลเดอร์ถูกน้ำแข็งปกคลุมห้อยย้อย

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากพายุฤดูหนาวและพายุน้ำแข็งถล่มภาคใต้สหรัฐฯ เพิ่มเป็น 10 คน โดย 7 คนอยู่ในรัฐเท็กซัส 2 คนในรัฐโอกลาโฮมา และ 1 คนในรัฐอาร์คันซอส์

ด้านเว็บไซต์ FlightAware รายงานเที่ยวบินยกเลิกเพิ่มอีกเมื่อวานนี้ รวมทั้งหมดเป็นกว่า 6,000 เที่ยวทั่วสหรัฐฯ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี (30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์) และล่าช้าอีก 1,000 เที่ยว

ส่วนไฟฟ้ายังคงดับเดือดร้อนประชาชนราว 510,000 คนในหลายรัฐรวมถึงรัฐเท็กซัส อาร์คันซอส์ เทนเนสซีและมิสซิสซิปปี

อย่างไรก็ตาม ภัยหนาวที่ถล่มภาคใต้สหรัฐฯ มานาน 4 วันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เริ่มคลี่คลายลงแล้วเมื่อวานนี้ (2 มกราคม) ในพื้นที่ภาคใต้ของสหรัฐฯ อุณหภูมิในเท็กซัสซึ่งได้รับผลกระทบหนักมากจากพายุน้ำแข็ง เริ่มไต่ขึ้นมาอยู่เหนือจุดเยือกแข็งแล้ว คาดว่าจะสูงขึ้นอีก และน้ำแข็งจะเริ่มละลาย แต่ขณะนี้สภาพอากาศหนาวจัดสุดขั้วกำลังเคลื่อนออกจากภาคใต้ บ่ายหน้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ คาดว่าจะทำให้อากาศหนาวจัดระดับทุบสถิติ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือภัยหนาวแล้ว หลังจากได้เห็นภัยหนาวหลายรูปแบบในภาคใต้ที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้ ทั้งพายุน้ำแข็ง หิมะ ลูกเห็บและฝนเยือกแข็ง ทำให้ทุกหนทุกแห่งกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง ทั้งบ้านเรือนประชาชน ถนนและต้นไม้ใบหญ้า

ทันโลกข่าวต่างประเทศ-อัปเดตล่าสุด

ทางสำนักบริการอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NWS เตือนว่า จะเกิด “วินด์ ชิลด์” (wind chill) หนักที่สุดในรอบ 1 ชั่วอายุคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ จะทำให้เกิดผิวหนังถูกทำลาย หรือ frostbite ได้ ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้นหากอยู่กลางแจ้ง ทั้งนี้ วินด์ ชิลด์ หมายถึงความรู้สึกหนาวกว่าอุณหภูมิจริงเมื่อผิวหนังสัมผัสลมหนาว

ด้านนครบอสตัน ประกาศภาวะฉุกเฉินภัยหนาวแล้ว หลังคาดว่าจะเกิดวินด์ ชิลล์ในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

ส่วนนครนิวยอร์กและเมืองใหญ่อีกหลายเมืองในสหรัฐฯ คาดว่า อุณหภูมิจะติดลบระหว่างลบ 13 ถึงลบ 17 องศาเซลเซียสในวันพรุ่งนี้ (4 กุมภาพันธ์)